รีวิว Embrace of the Serpent

ภาพยนตร์ Embrace of the Serpent พาผู้ชมเดินทางล่องเรือทางจิตวิญญาณเข้าไปในลุ่มแม่น้ำอเมซอน ประหนึ่งคนดูเป็นคนขาวตะวันตก ภาพยนตร์นำพาไปสำรวจพื้นที่ยากจะได้เข้าไป ไปพบกับชนเผ่าที่ถูกผลกระทบอย่างหนักหน่วงจนแทบสิ้นประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของตนเอง และทำเห็นภาพความโหดร้ายต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นการจับคนพื้นเมืองมาเป็นทาส การเข้าไปเผยแพร่การศึกษา ศาสนา และไปตีตราว่าพวกเขาเป็นคนบาปกำเนิดตามหลักศาสนาคริสต์ จนต้องทำการ “อัตวินิบาตกรรม” ตัวเอง หรือการบุกรุกพื้นที่เพื่อใช้เป็นยุทธวิธีทางทหารเพื่อรักษาพรมแดนเอาไว้ ทำให้คนพื้นเมืองต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นพวกคนขาวเพื่อความอยู่รอด

แต่อีกเส้นเรื่องหนึ่งวัยชราของ “การามากาเต”  นอกจากภาวะลืมเลือนอัตลักษณ์ของตัวเองแล้ว อีแวนกลับเป็นคนเดินนำทางตามหนังสือบันทึกของธีโอเพื่อค้นหายากรูน่าเสียด้วยซ้ำ หรืออาจกล่าวได้ว่า คนขาวเองเป็นคนทำให้ “การามากาเต” วัยชราได้กลับมารื้อฟื้นจิตวิญญาณของตนเองที่สูญเสียไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนับได้ว่าภาพยนตร์งหักมุมทันทีหลังจากตลอดทั้งเรื่องนำพาผู้ชมไปพบกับความเลวร้ายของลัทธิอาณานิคมที่กระทบต่อคนพื้นถิ่นตลอดเรื่อง หรือนำเสนอเชิงแง่ร้ายต่อคนขาวในมุมมองของคนป่า แต่ภาพยนตร์ก็เลือกที่จะเปลี่ยนมุมมองโดยได้อิทธิพลศิลปะไซเคเดลิก จากภาพยนตร์ปรัชญาอวกาศ 2001 Space Odyssey โดยเริ่มจาก “การามากาเต” ปรุงยาจากพืชยากรูน่า และพ่นใส่ทางจมูกอีแวน ซึ่งแทนที่เราจะเห็นตัวอีแวนเป็นปกติ กลับกลายเป็นว่า หนังใช้มุมกล้าง POV (มุมมองแทนสายตาตัวละคร) แทน เพื่อทำให้คนดูกลายเป็นอีแวนโดยสมบูรณ์ หรือทำให้คนดูสวมบทกลายเป็นคนขาวผู้เข้าไปสำรวจป่าอเมซอนแทนอีวาน และ ธีโอ และเมื่อถูกพ่นยาเข้าไปซึ่งจะอยู่ในภาวะกึ่งจริงกึ่งฝัน แล้ว “การามากาเต” ก็ร่ายวาจาประหนึ่งว่าอีแวนคือผู้สืบทอดความรู้ความเข้าใจอัตลักษณ์คนป่า เขาจะเป็นนักรบผู้ปกป้องวัฒนธรรมที่กำลังสูญหายไปจากโลกมนุษย์ คนขาวกับคนป่าจะมีจิตวิญญาณเดียวกันทันที

บมสรุป
ในแง่หนึ่งช่วงโค้งสุดท้ายของภาพยนตร์ ภาพยนตร์จึงสร้างพันธะให้คนดูทันทีหลังจากได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบลง เพื่อพยายามทำให้คนดูสร้างความตระหนักว่าคนป่าผู้กำลังสูญหายไป อัตลักษณ์ที่เขาสืบสานรุ่นต่อรุ่น เพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากลัทธิอาณานิคมจากบรรพบุรุษคนขาวที่กระทำต่อพวกเขา จนกลายเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยที่กำลังหายไปจากแผนดินโลก ภาพยนตร์จึงใช้เทคนิคนี้ส่งสารจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้งใส่คนดู

นี่เท่ากับว่าภาพยนตร์ได้ทำหน้าที่เกินขอบเขตความบันเทิง แต่ทำหน้าที่เชิงวัฒนธรรมดั่งแว่นสายตาของนักชาติพันธุ์วิทยา ว่าจิตวิญญาณของพวกเขาได้สืบทอดส่งต่อไปให้กับอีแวน/คนดูแล้วเรียบร้อย หลังตลอดทั้งเรื่องได้พาไปพบกับภาพความโหดร้ายที่คนป่าได้รับตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมดั้งเดิมอันเกินขอบเขตของเหตุผล ภูมิปัญญาชาวบ้าน กฎระเบียบการดำรงอาศัยอยู่ในป่า ความเชื่อต่างๆนานา ซึ่งได้ส่งมอบให้กับอีแวน (คนดู) ให้กลายเป็นผู้ปกป้องวัฒนธรรมคนป่าที่กำลังหายไป เชิดชูเสียงเล็กเสียงเล็กๆ ของคนป่า ให้ลั่นร้องเคียงคู่ไปกับประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *